หากจะกล่าวถึงขอมโบราณ ทุกคนคงคิดถึง นครวัด นครธม ในประเทศกัมพูชา แต่สำหรับในประเทศไทย คงคิดถึง “ปราสาทหิน” อารยธรรมขอมโบราณที่ยังหลงเหลือในประเทศไทย ปราสาทหินในไทยมีมากมาย หากดูตามวิกิพีเดีย จะเห็นว่ามีปราสาทหินจำนวน ถึง 56 แห่ง https://th.m.wikipedia.org/wiki/หมวดหมู่:ปราสาทหินในไทย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน หลงๆ มาแถวลพบุรี เพชรบูรณ์ และกาญจนบุรี บ้าง

ปราสาทหินที่คนรู้จักกันดี มักเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นเทวสถานบูชาสักการะเทพ เช่น ปราสาทพนมรุ้งปราสาทหินพิมาย ปราสาทเมืองสิงห์ ปราสาทศรีเทพและประสาทสด็อกก๊อกธม

ส่วนปราสาทเล็กๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะบางปราสาททำหน้าที่เป็นธรรมศาลา (บ้านมีไฟ) อโรคยาศาลา หรือเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปในยุคขอมโบราณ

เส้นทางถนนราชมรรคา เป็นอีก 1 เส้นทางที่น่าสนใจมาก เป็นเส้นทางราชดำเนินของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาจเป็นการแผ่ขยายอาณานิคม หรืออาจจะมาทำการค้า โดยระหว่างทางได้สร้างสิ่งปลูกสร้างไว้มากมาย เส้นทางราชมรรคา มี 5 เส้นทาง โดยเราโฟกัสคือแนวเส้นทางจากปราสาทพระขรรค์ มาถึงปราสาทหินพิมาย เพราะเป็นเส้นทางที่มายังประเทศไทย

ด้วยปี 2563 มีโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เราต้องเริ่มเที่ยวในประเทศไทย ความคิดที่จะรวบรวมภาพอารยธรรมที่หลงเหลือของอาณาจักรขอมโบราณจึงเริ่มขึ้น และรวบรวมไว้ใน Blog นี้ เก็บเล็กผสมน้อย หวังว่าสักวันจะเก็บได้ครบตามวิกิพีเดีย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่ ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูลัทธิไศวะ ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

ในวันที่ 2-4 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน ชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 5-7 มีนาคม และ 5-7 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน
ศิวลึงค์แทนองค์พระศิวะ
ท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวลึงค์
ประติมากรรมวัว โคนนทิ คือ พาหนะของพระศิวะ
หน้าบัน พระศิวะในภาคชองมหาโยคี สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ภาพพระศิวะนาฎราช อยู่ในท่าฟ้อนรำ
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ถูกขโมยไปเมื่อราวปี พ.ศ. 2523และได้กลับคืนมาในปี พ.ศ. 2531
พระกฤษณะต่อสู้กับสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทรงขอมโบราณแบบบาปวนตั้งอยู่ในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วยปราสาทหินในสมัยอาณาจักรขะแมร์ที่ใหญ่โตและงดงาม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อใช้เป็นเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ และเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนานิกายมหายานในเวลาต่อมา

แผนที่ปราสาทหินพิมาย อยู่ในบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
บริเวณทางเข้าด้านหน้า
ต้อนรับเราด้วยเหล่านางฟ้า
บูรณะโดยนำทับหลังมาไว้ในปราสาทด้วย
บูรณะโดยนำทับหลังมาไว้ในปราสาทด้วย
บูรณะโดยนำหน้าบัน ทับหลังมาไว้ในปราสาทด้วย
บูรณะโดยนำทับหลังมาไว้ในปราสาทด้วย
อารยธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ ยังไม่ถูกเก็บในพิพิทธภัณฑ์
ปราสาทหินที่บูรณะได้อย่างดี
ปราสาทหินที่บูรณะได้อย่างดี
ปราสาทหินที่บูรณะได้อย่างดี
ปราสาทหินที่บูรณะได้อย่างดี
ปราสาทหินที่บูรณะได้อย่างดี

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นหนึ่งใน อุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของ จังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานมีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก ภายใต้ชื่อ เมืองโบราณศรีเทพ และโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง

    ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ ไม่ใช่โบราณสถาน แต่เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านทั่วไป

    การเข้าชมมีค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อคน และต้องนั่งรถรางเข้าไปในบริเวณด้านใน

    ไฮไลท์สำคัญ คือ ต้องชิมไอศครีมศรีเทพ

    ปรางค์สองพี่น้อง ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ มีประตูทางเข้าทางเดียวและจากการขุดแต่งทางโบราณคดี พบทับหลังที่มีจำหลักเป็นรูปพระอิศวรอุ้มนางปารพตี ประทับนั่งอยู่เหนือโคอศุภราช ซึ่งลักษณะของทับหลังและเสาประดับกรอบประตูเป็นสิ่งกำหนดอายุของปรางค์ สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู  เป็นศิลปะขอม สันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ในสมัยบาปวน – นครวัด 

    ปรางค์ศรีเทพ เป็นสถาปัตยกรรมแบบวัฒนธรรมขอมโบราณ ลักษณะของปรางค์สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างเพิ่มหลังจากโบราณสถานเขาคลังใน

    โบราณสถานเขาคลังใน เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติต่าง ๆ จึงเรียกว่า “เขาคลัง” การก่อหินเหมือนกับพีรามิด อลังการมากมาย

    การก่อสร้างที่ฐานมีรูปปูนปั้นรูปคนแคระแบกที่เขาคลังใน และสัตว์ เช่น ช้าง สิงห์ ลิง ประดับเป็นศิลปะแบบทวารวดี ทางอุทยานฯ ได้นำรูปปั้นนี้ มาทำเป็นรูปในไอศกรีมที่เราได้กินกันไป

    รูปปั้นอยู่รอบ ๆ ฐานของเขาคลังใน

    ในบริเวณ มีอาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี จัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้างที่ได้ขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ. 2531 แสดงถึงการมีอยู่ของชุมชนโบราณ

    และที่ค้นพบล่าสุด คือ เขาคลังนอก เป็นมหาสถูปในวัฒนธรรมทวารวดีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขุดสำรวจเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2555 ตั้งอยู่นอกเมืองศรีเทพไปทางทิศเหนือ ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร

    ใช้ศิลาแลงก่อสูงขึ้นไปจนมีขนาดใหญ่โต แบ่งเป็น 2 ชั้นหลัก ๆ โดยแต่ละชั้นสูงประมาณ 5 เมตร แต่ละทิศมีเจดีย์เล็ก ๆ รายรอบ ซึ่งแสดงถึงความเชื่อเกี่ยวกับมณฑลจักรวาล และอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมของอินเดียตอนใต้และชวากลางคล้ายบรมพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย

    อุทยานประวัติศาสตร์สด๊อกก๊อกธม เป็นปราสาทขอม เป็นโบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้ว

    ทางเข้าปราสาท มีเสานางเรียงคอยต้อนรับเปรียบเสมือนนางอัปสรามาต้อนรับ
    บูรณะได้อย่างดี
    องค์ประธานของปราสาท
    บูรณะได้อย่างดี
    บูรณะได้อย่างดี
    บูรณะได้อย่างดี
    บูรณะได้อย่างดี ยังหลงเหลืออารยธรรมไว้ให้เห็น
    บูรณะได้อย่างดี

    ใครพอมีเวลาเดินรอบ ๆ ปราสาทด้านนอก จะมีมุมถ่ายภาพสะท้อนในพื้นน้ำ คล้าย ๆ กับนครวัด

    มี 56 ปราสาทหินในประเทศไทย รวมธรรมศาลา และอโรคยาศาลาแล้ว

    สระน้ำระเบียงคด
    สระน้ำ 4 สระ ล้อมรอบระเบียงคดมีลักษณะเป็นรูปตัวแอล (L) ก่อสร้างด้วยศิลาแลงเป็นขั้นบันไดลงไปถึงก้นสระ
    ขอบสระด้านบนแกะสลักด้วยหินทรายเป็นลำตัวนาค ที่มุมสระสลักเป็นนาค 5 เศียร สระน้ำทั้ง 4 สระนี้ ใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
    กลุ่มปราสาทอิฐ และปรางค์ประธานที่เหลือ แต่ส่วนฐาน
    หน้าบันของปรางค์ประธาน
    ทับหลังของปรางค์ประธาน
    บัวยอดปราสาท
    หน้าบันและทับหลังยังคงสวยงาม ลายแกะชัดเจน

    ปราสาทเปือยน้อย หรือพระธาตุกู่ทอง จ.ขอนแก่น มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในแถบอิสานตอนบนเท่าที่เคยค้นพบมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถานประกอบพิธีกรรม ลักษณะด้านสถาปัตยกรรมประกอบด้วยกลุ่มอาคารโบราณ 4 หลัง ก่อด้วยศิลาแลง หินทรายและอิฐ ชาวอำเภอเปือยน้อยจะจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองปราสาททุกปีในช่วงวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี โดยจะมีพิธีกรรมทางศาสนา ประเพณีผูกเสี่ยวอันขึ้นชื่อของชาวขอนแก่น และการแสดงเชิงประวัติศาสตร์ แสงสีเสียงอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

    ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธ์ุ สมบูรณ์มาก

    ปราสาทศีขรภูมิ จ. สุรินทร์ ตั้งอยู่ข้างวัดบ้านปราสาท บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ เป็นสถาปัตยกรรมขอมโบราณแบบบาปวน และแบบนครวัด  เดิมที่นี่เป็นเทวสถานเพื่อบูชา พระศิวะ เทพเจ้าแห่งศาสนาฮินดู

    ปราสาทศีขรภูมิถูกรวมเข้ากันกับอุทยานประวัติศาสตร์กลุ่มปราสาทตาเมือน

    ปราสาทศีขรภูมิมีลักษณะเป็นปรางค์หมู่ 5 องค์ เป็นปราสาทก่ออิฐไม่สอปูน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน โดยมีคูน้ำกว้าง 125 เมตร ล้อมรอบสามด้าน โดยเว้นด้านตะวันออกอันเป็นทางเข้าไว้

    ทับหลังเป็นภาพพระศิวนาฏราชสิบกร ทรงฟ้อนรำอยู่เหนือเกียรติมุข ภายใต้วงโค้งลายท่อนมาลัย ซึ่งสลักเป็นภาพพระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และพระอุมา โดยทับหลังชิ้นนับเป็นทับหลังที่มีความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งของเมืองไทย

    ทับหลังอีก 3 ชิ้นถูกนำไปเก็บไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ 2 แผ่น และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายอีก 1 แผ่น

    บริเวณเสากรอบประตูสลักเป็นรูปนางอัปสรถือดอกบัว และทวารบาลยืนกุมกระบอง ซึ่งนางอัปสราที่ปราสาทศีขรภูมินี้มีลักษณะคล้ายกับนางอัปสราที่ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่พบที่ปราสาทศิลปะเขมรโบราณแห่งใดอีกเลยในไทย พบที่ปราสาทศีขรภูมิเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

    ปราสาทถูกบูรณะ จนสมบูรณ์ สวยงาม

    บัวยอดปราสาทของจริงมาตั้งที่พื้น พอมาดูของจริง บัวมีขนาดใหญ่กว่าที่เห็นบนยอดปราสาทอย่างมาก

    ปราสาทตาควาย พื้นที่พิพาทของไทยและกัมพูชา ตั้งอยู่บริเวณช่องตาควาย ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักไดอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นปราสาทหินศิลาแลง ตั้งทางด้านทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือนธม ห่างไปประมาณ 12 กิโลเมตร (เราเดินทางไม่ถึงปราสาท เนื่องจากถนนตัดขาด)

    ปราสาทตาเมือนธม พื้นที่พิพาทของไทยและกัมพูชา อยู่ในบริเวณกลุ่มปราสาทตาเมือน ตัวปราสาทอยู่บนเนินเขาสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสยัมภูศิวลึงค์ และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม

    เนื่องจากปราสาทแห่งนี้อยู่ใกล้เขตชายแดน การเที่ยวชมจึงควรอยู่เฉพาะภายในเขตปราสาทเท่านั้น ไม่ควรเดินออกไปไกลจากแนวต้นไม้รอบปราสาท มีทหารไทยและกัมพูชาดูแลร่วมกัน

    ปราสาทหินพนมวัน ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ ถนนสายโคราช-ขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมในคติความเชื่อของเขมรโบราณ สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เพื่อเป็นเทวสถาน ต่อมาภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธสถาน เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย

    รูปแบบคล้ายปราสาทหินพิมาย
    บูรณะได้อย่างดี
    บูรณะได้อย่างดี
    บูรณะได้อย่างดี ยังมีทับหลังให้ได้เห็นกันบ้าง
    มีรูปเคารพให้สักการะในปรางค์ประธาน
    มีรูปเคารพให้สักการะในปรางค์ประธาน
    ทับหลังที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
    พญานาค
    รอการประกอบและติดตั้ง

    ปราสาทพระวิหาร เคยไปตอนยังเด็กก่อนจะตกเป็นของกัมพูชา ตั้งอยู่ในจังหวัดพระวิหารของประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษของประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นทางขึ้นสู่ปราสาทที่สะดวกที่สุด ใน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พิพากษาให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาท และวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในประเทศกัมพูชา และปัจจุบัน ทางฝั่งกัมพูชาได้ทำถนนขึ้นเขาพระวิหารเรียบร้อยแล้ว

    ประตูเหล็กในตำนาน ทางเข้าสู่ปราสาทหินพระวิหาร ปัจจุบันรกร้าง มีทหารไทยเข้าอยู่

    มองบันไดทางขึ้นเขาแบบไกล ๆ ด้วยความคิดถึง

    บันไดหินที่เราเคยขึ้นด้วยความเหนื่อยยาก ตอนนี้เหลือเพียงซาก และไม่ได้รับการดูแลด้านนี้เลย

    มองเขาพระวิหารมุมมองไกล ๆ จากเขามออีแดง

    ตอนนี้ไปเที่ยวเขามออีแดงไปก่อน บรรยากาศวิวทิวทัศน์เดียวกับบนเขาพระวิหาร

    ปราสาทหนองหงส์ เป็นโบราณสถานขนาดเล็กในจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียว หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูเข้าออกด้านหน้า ส่วนประตูอีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก

    มีวัตถุล้ำค่ามากมายที่ปราสาทหินนี้
    ปรางค์ประธานก่อด้วยอิฐ
    บริเวณพื้นที่รอบนอกเป็นศิลาแลงที่มีความเก่ามาก

    ที่สำคัญที่ปราสาทนี้ มีทับหลังที่สูญหายไป และได้รับคืนเมื่อวันที่ 31 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ได้ข่าวว่าจะนำทับหลังไปเก็บไว้ในพิพิทธภัณฑ์พิมาย

    สำหรับทับหลังของปราสาทหนองหงส์ เป็นทับหลังที่ทำจากหินทราย จำหลักรูปพระยมทรงกระบือ ประทับเหนือหน้ากาล โดยตามความเชื่อของศาสนาฮินดูนั้น “พระยม” ถือเป็นเทพประจำทิศใต้ และเป็นเทพแห่งความตาย ทรงกระบือเป็นพาหนะ พระหัตถ์ขวาถือคฑาเป็นอาวุธ มีดาวอังคารเป็นดาวประจำองค์

    ปราสาทเขาโล้น ซึ่งเป็นยอดเขาเตี้ย ๆ อยู่บนเชิงเขาสะแกกรอง มีปรางค์ ๔ องค์ เหลืออยู่เฉพาะปรางค์องค์กลาง ส่วนปราสาทด้านหน้า ๒ หลัง และด้านหลัง ๑ หลัง ได้ปรักหักพังไปแล้ว ก่อด้วยอิฐเผามีหินทรายเป็นพื้นฐาน มีแนวถนนโบราณทอดยาวจากตัวปราสาทถึงสระน้ำ เป็นทางเดินหินสวยงาม รอบภูเขาลูกนี้มีร่องรอยเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชนโบราณในอดีต 

    และเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก เมื่อ Asian Art Museum นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ส่งคืน “ทับหลัง” ให้ไทย หลังถูกโจรกรรมไปนานหลายสิบปี ดีที่มีรูปถ่ายเก็บไว้ไม่งั้นไม่มีหลักฐานไปแสดง

    ทับหลังปราสาทเขาโล้นนั้นมีหน้ากาลคลายก้านขดม้วน แต่ด้านบนเปลี่ยนเป็นรูปเทวดานั่งชันเข่า

    ภาพจาก https://pantip.com/topic/31697678
    รูปแบบการสร้างธรรมศาลา

    ธรรมศาลา หรือบ้านมีไฟ หรือโรงแรมโบราณ มี 121 แห่ง พบในประเทศไทย มีอยู่ 9 แห่ง บางแห่งพังทลายไปกับกาลเวลา บางแห่งได้รับการบูรณะจนเหมือนใหม่ (เรียงจากพิมายจนถึงชายแดนไทย)

    เราสำรวจธรรมศาลาที่บูรณะจนมีสภาพสมบูรณ์ได้ 2 แห่ง ส่วนที่เหลือพังทลายจนแทบไม่เหลือซาก

    ประกอบด้วย

    ๑ . ปราสาทกู่ศาลา เป็นธรรมศาลาแรกจากเมืองพิมาย เป็นธรรมศาลาหลังเดียวในทั้งหมด 9 หลัง ที่สร้างด้วยหินทรายทั้งหมด อยู่ในสภาพชำรุด มีต้นไม้ใหญ่คลุม ยังไม่ได้รับการบูรณะ

    ๒. ปราสาทห้วยแคน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลห้วยแคน อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา เป็นธรรมศาลาหลังที่สองจากเมืองพิมาย ได้รับการบูรณะแล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพชำรุด

    ๓. ปราสาทบ้านสำโรง ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรง ตำบลไผทรินทร์ อำเภอลำปลายมาศจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นธรรมศาลาที่ค้นพบเป็นหลังล่าสุดในประเทศไทย

    ๔. ปราสาทหนองตาเปล่ง ตั้งอยู่ภายในวัดปราสาทเทพสถิตย์ ตำบลชำนิ อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์

    ๕. ปราสาทหนองตาปล่อง ตั้งอยู่ในสำนักสงฆ์โคกปราสาทเทพสถิตย์ ในเขตบ้านหนองยาง หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์

    ๖. ปราสาทหนองกง ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ในเขตบ้านหนองกง ตำบลหนองกง อำเภอ นางรองจังหวัดบุรีรัมย์

    ๗. ปราสาทบ้านบุ ตั้งอยู่ภายในเขตโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์เป็นโบราณสถานขนาดเล็กหลังเดียว ก่อสร้างด้วยศิลาแลง พ.ศ. 2556 กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและทดลองประกอบส่วนหลังคาที่พังลงมาเพื่อเตรียมทำการบูรณะปราสาทบ้านบุใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้นในปีถัดไป จนสวยงามจนถึงปัจจุบัน

    การสร้างตรงตามทฤษฎี

    ๘. ปราสาทถมอ ตั้งอยู่ในเขตบ้านละหานทรายเก่า ตำบลหินลาด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

    ๙. ปราสาทตาเหมือน อยู่ในกลุ่มปราสาทตาเมือน จ. สุรินทร์ โดยมีทั้งธรรมศาลา อโรคายาศาลา และเทวสถาน อยู่ในที่เดียวกัน ธรรมศาลานี้ มีสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่สำรวจธรรมศาลามา

    นอกเหนือจากธรรมศาลา ยังมีอโรคยาศาลา หรือโรงพยาบาลโบราณ ในไทยมักเรียกว่า กุฏิฤาษี มี 102 แห่ง พบในประเทศไทย 23 แห่ง

    รูปแบบการสร้างอโรคยาศาลา บริเวณใกล้เคียง ต้องมีสระน้ำหรือบารายด้วย

    เราสำรวจพบอโรคยาศาลาได้หลายหลัง ส่วนใหญ่สภาพพังทลาย ทรุดโทรม บางที่บูรณะเหลือเพียงฐานปราสาท บางที่ก็ได้รับการบูรณะจนสวยงาม มีองค์ประกอบที่มองเป็นอโรคยาศาลาได้ จนกลายเป็นแหล่งโบราณสถานให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา หรือใช้สถานที่ในการจัดงานประเพณีต่างๆ

    ๑. ปรางค์กู่ บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง จังหวัดชัยภูมิ

    ๒.ปรางค์กู่ บ้านหนองแผก ตำบลบ้านเต่า อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ

    ๓.ปราสาทสระกำแพงน้อย วัดบ้านทับกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

    ๔.ปราสาทบ้านสมอ ตำบลบ้านสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

    ๕.ปราสาทบ้านปราสาท ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

    ๖.ปราสาทจอมพระ ตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ มีการบูรณะส่วนฐานของสถานที่ พบก้อนหินวางกระจายตามพื้นรอการบูรณะเพิ่มเติม

    บารายมีขนาดใหญ่ และน้ำเยอะ

    บริเวณฐานปราสาทมีการบูรณะ แต่ไม่ถึงส่วนของหลังคา

    ๗.ปราสาทช่างปี่ บ้านช้างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

    บริเวณโดยรอบของปราสาทค่อนข้างกว้างขวาง จัดงานประเพณีของจังหวัดบ่อยๆ

    สระน้ำ คือสร้างดีมาก วัดขนาดอย่างตรงเป็นสี่เหลี่ยมชัด

    ส่วนการบูรณะ มีการบูรณะบริเวณฐานโดยรอบ แต่ไม่ถึงส่วนของหลังคา

    ๘.ปราสาทตาเมือนโต๊จ อยู่ในกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ เป็นปราสาทที่สมบูรณ์มาก ส่วนของปรางค์ประธานสูงจนถึงยอด บรรยากาศโดยรวมอยู่ในป่า ต้นไม้เยอะ มีความอึมครึม ขลัง น่าเกรงขาม สวยสะกดมาก

    ปรางค์ประธาน ถูกบูรณะจนสมบูรณ์ ถึงยอดเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรณาลัยด้านขวาของประธาน มีความสมบูรณ์มาก

    ๙.ธาตุสมเด็จนางพญา ตำบลหนองโสน อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี

    ๑๐.กุฎิฤๅษีหนองบัวลาย ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

    ส่วนของปรางค์ประธาน ได้รับการบูรณะจนถึงยอด สมบูรณ์ทั้งหลัง

    ๑๑.กู่ฤๅษี บ้านกู่ฤๅษี ตำบลทองหลางอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์

    ๑๒.ปราสาทบ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำกิ่งอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์
    ๑๓.ปราสาทหนองกู่ บ้านหนองกู่ ตำบลมะอึก อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
    ๑๔.กู่โนนระฆัง ตำบลเกษตรวิสัย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
    ๑๕.กุฏิฤๅษี ตำบลประตูชัย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
    ๑๖.ปราสาทนางรำ ตำบลนางรำ อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
    ๑๗.ปรางค์ครบุรี บ้านครบุรี ตำบลครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

    บัวยอดปราสาทถูกนำมาตั้งไว้ที่พื้น พอมาถ่ายรูปเทียบกับคน เห็นได้ว่าบัวมีขนาดใหญ่มาก


    ๑๘.เมืองเก่า บ้านเมืองเก่า ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
    ๑๙.ปรางค์บ้านปรางค์ ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแกลง จังหวัดนครราชสีมา
    ๒๐.ปรางค์วัดกู่แก้ว จังหวัดขอนแก่น

    ๒๑. ปรางค์กู่ประภาชัย จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในวัดกู่ประภาชัย ดูจากก้อนหินก็ทราบถึงความเก่าแก่ ตะไคร่เกาะดูมีมนต์ขลัง ปัจจุบันเป็นที่สักการะบูชาของชาวบ้าน และเป็นจุดท่องเที่ยวของจังหวัด

    ที่นี่ได้รับการบูรณะจนสภาพค่อนข้างดี
    ปรางค์ประธานบูรณะจนสมบูรณ์


    ๒๒.ปรางค์กู่บ้านเขวา ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ จังหวัดมหาสารคาม
    ๒๓.กู่สันตรัตน์ จังหวัดมหาสารคาม
    ๒๔.ปราสาทบ้านพันนา อ. สว่างแดนดิน จ. สกลนคร

    ๒๕.ปราสาทบ้านน้อย จังหวัดสระแก้ว ปัจจุบันเป็นอโรคยาศาลาเพียงแห่งเดียวที่สำรวจพบในจังหวัดสระแก้ว การเดินทางเข้าจากถนนใหญ่เป็นถนนลูกรัง มีหลุมมีบ่อ รถสวนไม่ได้ ทางจังหวัดควรปรับปรุง

    สภาพเก่าและเสื่อมสลายไปกันกาลเวลา

    ปรางค์ประธานที่พังพลาย แทบไม่เหลืออะไร

    ข้อมูลจาก http://pharmacy.msu.ac.th/exhibition_new/aroka-his.html

    แค่ธรรมศาลา และอโรคยาศาลา ก็มีปราสาทหินขนาดเล็กมากมายขนาดนี้แล้ว ทำให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรขอมโบราณที่แผ่อิทธิพลมาไกลถึงประเทศไทย และการสร้างปราสาทโดยใช้หินชนิดต่างๆ สร้างขึ้นมาด้วยความแข็งแรง แกะสลักเรื่องราวบนตัวปราสาทอย่างปราณีต และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

    บ้านมีไฟ คือ “ธรรมศาลา”
    “ราชมรรคา” คือถนน เชื่อมถิ่นฐาน
    ชัยวรมัน สร้างไว้ เป็นตำนาน
    ยุคโบราณ อาณาจักร นครธม

    จากศูนย์กลาง แยกทาง เป็นห้าสาย
    มีเสาราย เรียงสลัก งามสวยสม
    ถนน สะพาน สเปียนใหญ่ ข้ามสายชล
    เป็นที่คน ชนสัญจร รอนเดินทาง

    ราชมรรคา เชื่อมโยง สองแผ่นดิน
    จากพื้นถิ่น โตนเลสาบ เมืองศูนย์กลาง
    ผ่านช่องจอม มีตาเมือน เรือนพักทาง
    พอรุ่งสาง ผ่านบ้านบุ ลุพิมาย

    ธรรมศาลา มีไว้ ให้คนพัก
    เป็นบ้านหลัก มีไฟ ไล่อันตราย
    เป็นจุดตรวจ ป้องกันภัย มิกล่ำกลาย
    ตั้งเรียงราย ตามถนน “ราชมรรคา”

    ข้อมูลจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai/2007/10/02/entry-1

    One response to “เจาะเวลาหาอารยธรรมขอมโบราณในประเทศไทย”

    1. […] ใครที่สนใจรายละเอียดของปราสาทหิน เทวสถาน อโรคยาศาลา และธรรมศาลา ทั่วประเทศไทย ดูเพิ่มเติมกันที่นี้ คลิก […]

    Leave a Reply

    Trending

    Discover more from TripBeMe Travel Stories

    Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

    Continue reading