เที่ยวโอซาก้า 2025: ทริปเที่ยวกับเด็กสุดฟินส์ใน 6 วัน

Published by

on

Flight No.Depart 1 May 25Arrive 7 May 25
 XJ 612  01.10 Bangkok – ดอนเมือง8.40
Osaka Kansai
XJ 611  21.00 วันที่ 6 May 25
Osaka Kansai
01.30 วันที่ 7 May 25
Bangkok ดอนเมือง (+1)

รวม ๆ กับค่าอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายโดยรวมเฉลี่ยคนละ 47,000 บาท

  • รถไฟใต้ดิน (Osaka Metro) สามารถใช้บัตรเครดิตแตะใช้จ่ายที่ Gate ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม รถไฟ JR
  • Osaka Amazing Pass ได้เปลี่ยนรูปแบบจากกระดาษ เป็น QR Code อยู่ใน app ของ Klook ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่าลืมเปิด Roaming ไว้ด้วย ไม่งั้นใช้สิทธิไม่ได้ รวมถึงการเข้ารถไฟใต้ดิน ก็ต้องเปิด QR Code ทีละคน ค่อย ๆ แสกนที่ประตูทางเข้ารถไฟด้วย
  • Osaka Amazing Pass การเข้าสถานที่ ต้องตรวจสอบให้ดีว่า สามารถใช้ในวันหยุดได้หรือไม่ เช่น Lego land / Tower slider ใช้สิทธิไม่ได้ เสียดายมาก

เราเช็คกันตั้งแต่ คืนวันที่ 30 เม.ย. เวลา 3 ทุ่ม และไม่พลาดโชว์บัตรเครดิตแอร์เอเชีย ธ.กรุงเทพ บัตรเบ่งของเรา เข้า checkin ช่องพรมแดง แบบโล่งๆ

เวลาขึ้นเครื่อง Boarding Time เวลา 00.30 น. และออกเดินทางสู่โอซาก้าในเวลา 01.10 น. ด้วยสายการบิน Thai AirAsia X เที่ยวบิน XJ 612 นอนยาวๆ 5ชั่วโมง       

เราถึงโอซาก้า เวลา 8.40 น. เรามาในช่วงที่มีงาน Osaka Expo 2025 ตัวตุ๊กตาประจำงาน มีชื่อว่า Myaku-Myaku เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เกิดจากการรวมกันของเซลล์และน้ำ มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมสีแดง (เซลล์) และสีน้ำเงิน (น้ำ) ให้การต้อนรับทั่วสนามบิน และทั่วเมืองอีกด้วย

เราล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมแล้วก็แวะซื้ออาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่ Lowson เตรียมไปกินบนรถไฟ

เราเลือกเข้าเมืองด้วยรถไฟสาย  Nankai-Limited Express เพราะเราพักอยู่ย่าน Shinsaibashi  ลงที่สถานี Namba แล้วนั่งรถไฟ Midosuji line (สีแดง) ต่อไปยังสถานี Shinsaibashi ใช้เวลาแค่ 38 นาที

เราเลือกพักที่โรงแรม Hearton Hotel Shinsaibashi เพราะมีห้องแบบ Triple Room และราคาดีที่สุดใน agoda แล้ว และยังมีติดกับสถานีรถไฟ Shinsaibashi และใกล้ Dotonbori

เรามาพักที่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว มาตรฐานโรงแรมยังดีงามเหมือนเดิม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีชุดนอนอีกด้วย

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกส่วนกลาง ได้แก่ ตู้กดเครื่องดื่ม ไมโครเวฟ น้ำแข็ง อุปกรณ์อาบน้ำ ครีม ชา กาแฟ และเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

เราฝากกระเป๋าเรียบร้อย ก็เริ่มเที่ยวกันเลย วันนี้เราวางแผนช้อปปิ้งของเล่น ของสะสมกันที่ Parco / Daimaru ห้างอยู่ตรงข้ามโรงแรมเราเลย และตามหา Bay Blade X ของเล่นสำหรับเด็กชายเพย์ตัน

ที่ห้าง Parco มีร้านของเล่นเยอะมาก เช่น Kiddy Land, One piece, Snoopy, Pop Mart, Godzilla และสามารถเดินเชื่อมไปห้าง Daimaru ได้ มีร้าน Pokémon cafe, Jump Shop และอื่นๆ อีกมากมายที่วัยรุ่น Gen Y ไม่ค่อยรู้จัก

ตื่นตาตื่นใจกับของเล่นกันยกใหญ่ก็เริ่มหิวล่ะ เราแวะหาอาหารเที่ยงกันที่ชั้นใต้ดิน B1 ของห้าง Parco มีร้านอาหารญี่ปุ่น local เยอะมาก น่ากินทั้งหมด มื้อนี้เราเลือกกินราเมงแบบง่าย ๆ เป็นราเมงแบบง่าย อร่อยแปลกตาจากบ้านเรา

อิ่มท้องแล้ว ช้อปปิ้งกันต่อ เราเดินไปทางถนนช้อปปิ้ง Shinsaibari ผ่านไปย่าน Namba และ Dotumburi เพื่อตามหา Bay Blade X ที่ BIG Camera , Edion และ Toy R’ Us ระหว่างทางผ่านจุดถ่ายรูป Glico Man สัญลักษณ์แห่ง Dotonbori และขนมมากมาย

และเราก็ตามหา Bay Blade X สำเร็จ ทั้ง BIG Camera , Edion และ Toy R’ Us มีของเยอะ หมดสต็อกแล้วก็เยอะ ที่สำคัญราคาถูกกว่าที่ไทย

มื้อเย็น เรามากินที่ร้าน Isomaru Suisan Namba-midosuji ร้านอาหารยอดนิยมของคนไทย ไม่แวะมาทานก็จะคิดถึงมาก มันปู และหอยย่าง อร่อยเหมือนเดิม

วันนี้ เราวางแผนไปเที่ยวกับที่สวนสนุก USJ โดยไม่ใช่ Express พยากรณ์อากาศว่าฝนจะตกช่วงเช้า แล้วก็ฝนตกจริงๆ แม่นมาก เราเลยเริ่มต้นที่เครื่องเล่นในร่มกันก่อน

เริ่มกันที่โคนัน Detective Conan 4-D Live Show: Jewel Under the Starry Sky เหมือนดูละครเวที สนุกดี ดูเพลิน มีเซอร์ไพร์สด้วยนะ ไม่บอกหรอกว่าอะไร ไปดูกันเองนะ อิอิ

ต่อกันที่ โซน Minion Park เครื่องเล่น Despicable Me : Minion Mayhem ในร่มเหมือนกัน คิวยาวพอสมควร เป็น 4-D ผจญภัยไปกับเหล่ามินเนี่ยนที่น่ารัก

เล่นเสร็จ ฝนหยุดพอดี แวะกินอาหารเที่ยงกันที่ร้าน Delicious Me! The Cookie Kitchen เป็นอาหารแนวพิซซ่า พิซซ่าอร่อยมาก ราคาก็แรงมากเช่นกัน จำนวนที่นั่งมากมาย พนักงานบริการดี๊ดี ทักทายพูดคุยกับเราตลอด โดยเฉพาะชมเสื้อมินเนี่ยนที่เราใส่

ต่อกันเลยกับเครื่องเล่นสุดมันส์ Hollywood dream – The ride วิ่งไปด้านหน้า และ The ride backdrop วิ่งหันหลัง ในรถเปิดเพลงสุดมันส์ เล่นไปร้องเพลงไป ฟีลดีมาก สนุกมาก แนะนำให้ลองเล่นดู เด็กชอบมาก คิวยาวแค่ไหน ก็ขอเล่น 2 รอบ

เวลาเหลือ เราไปเข้าโซน The Wizarding World Of Harry Potter เพื่อไปเข้าคิว Flight of the Hippogriff เครื่องเล่นเด็กน้อย แต่ผู้ใหญ่เล่นเยอะมาก คิวยาว รอนานเกินห้ามใจ

โซน Universal Wonderland โซนเด็กน้อย ถ่ายรูปแล้วสวยหวาน น่ารักมาก

ปิดท้ายวันด้วย Doramon 4-D หนังโดเรมอนน่ารักอยู่แล้วล่ะ ดูเพลินๆ กับการผจญภัยในพิพิทธภัณฑ์

ออกจาก USJ ก็แวะทานอาหารเย็นใน Universal City (อยู่ด้านนอกของ USJ) เป็นร้าน Gynkausu เป็นเนื้อทอดซุบเกล็ดขนมปังทอด

วันนี้แดดออก เราได้ถ่ายรูปหน้าประตูทางเข้าและ ลูกโลก Universal Studio เย้ๆๆ เราเตรียมเครื่องแต่งตัวมาแบบแน่นๆ ทั้ง Mario, Harry, Dinosaur

เราวางแผนเข้าโซน Jurassic park กันก่อน เล่นเครื่องเล่น Jurassic Park – The Ride ใช้สิทธิ Express โดยทันที สนุกมาก เปียกปอนกันทีเดียว สนุกแบบนี้ ขอเล่น 2 รอบ

มาเล่นกันต่อที่ The Flying Dinosaur เราใช้สิทธิของบัตรเครดิต JCB เพื่อเข้า JCB lounge และ Fast Track เข้าเครื่องเล่นได้เลย JCB Lounge จะอยู่บริเวณทางออกของเครื่องเล่น ให้เราเดินสวนทางเข้าไป หาป้าย JCB ให้เจอแล้วเดินตามป้ายได้เลย เราต้องจองวันและเวลาล่วงหน้าทาง website ก่อน เค้าให้เวลาพักผ่อน ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ ใน lounge ได้ 15 นาที

ถึงเวลาเล่นเครื่องเล่น The Flying Dinosaur สนุกมาก หวาดเสียวเกินกับรถไฟเหาะที่คว่ำหน้าลงพื้น เสมือนเราโดยนกยักษ์เทอราโนดอนหนีบหลังอยู่ แถมโยนเราไปมาด้วยความสะใจ เครื่องเล่นนี้ขอเล่น 2 รอบอีก

มื้อเที่ยงแบบง่าย ๆ รีบกินรีบเล่นต่อ เด็กชายเพย์ตันอยากกินเนื้อไดโนเสาร์ ก็จัดไปสิคะ Chicken Leg ชิ้นโต ราคาก็โตด้วย เด็กชอบมาก มื้อเย็นก็กิน Turkey Leg อีก

มาเล่นกันต่อที่เครื่องเล่น Space Fantasy – The Ride เป็นรถไฟเหาะในที่มืด เซอร์ไพรส์ที่สนุกมาก และแน่นอนว่าใช้สิทธิ Express ลัดคิวได้เลย เห็นคนน้อย เลยเล่น 2 รอบเลยละกัน

เวลา 16:40 ถึงเวลาเข้าโซน The Wizarding World Of Harry Potter เราแต่งตัวเข้า Theme นะ เตรียมการมาอย่างดี

หมู่บ้านฮอกมี้ด ทำถึงมาก บรรยากาศคือใช่เลย ร้านค้าต่างๆ Better Beer คือใช่ และใช้สิทธิ express เครื่องเล่น Harry Potter and the Forbidden Journey วุ่นวายเล็กน้อยกับการฝากของในล็อกเกอร์ แต่ก็ผ่านมาได้แบบงงๆ

ร้านค้ามีสินค้าน่ารักมาก ทำถึงสุด ๆ

ก่อนเข้าโซนถัดไป แวะร้านขนม Mario’s & Luigi’s ขนมอร่อย ตกแต่งร้านน่ารัก พนักงานใจดีถ่ายรูปให้เราโดยไม่ได้ร้องขอด้วย

ถึงเวลา 18:10 เข้าโซน SUPER NINTENDO WORLD โซนอะไรน่ารักมาก เราก็แต่งตัวเข้า Theme เช่นเคย

และแน่นอนเราใช้สิทธิ express กับเครื่องเล่น Mario Kart: Koopa’s Challenge เราใส่หมวก และแว่น 3D เพื่อเข้าไปแข่งรถกับแก๊งค์เพื่อน และเหล่าตัวร้ายของมาริโอ้ มีเก็บคะแนนระหว่างเล่นด้วย ซึ่งเรายิงเก็บคะแนนมั่วสุด ๆ

โซนสุดท้าย Donkey Kong Country กับเครื่องเล่น Mine Cart Madness ต่อคิวยาวๆ ยาวจนเราเลือกต่อคิวแบบ Single Line ก็เร็วกว่าเล็กน้อย

บรรยากาศตอนกลางคืน ดีงามมาก

Tennoji Zoo เราเดินทางจากโรงแรมไปยังสวนสัตว์เท็นโนจิ ใช้ Osaka amazing pass ขึ้นรถไฟฟรี เข้าสวนสัตว์ฟรี พบกับสัตว์แปลกต่าง ๆ ชอบมากคือ ชมค้างคาวแบบใกลิชิด แมวน้ำ เพนวิน ที่ว่ายน้ำด้วยความร่าเริง แสดงว่ามีความสุขมากมาย

หมีขั้วโลก ดาวเด่นของสวนสัตว์ และ Service Fan ตลอดเวลา

กรงนกขนาดใหญ่ยักษ์ แต่นกน้อยไปหน่อย

โซนแอฟริกา มีฮิปโปตัวใหญ่ เสือ หมาป่า จระเข้ สัตว์เลื้อยคลานแปลก ๆ

เดินข้ามจากสวนสัตว์ ก็จะพบกับ ชินเซไก แหล่งกินดื่มชั้นยอด มีรูปปั้น Billiken เป็นเทพ Hilight ของที่นี่ และ หอคอย Tsutenkaku หอคอยชมวิวเมืองท่ามกลางอากาศใส ๆ ไม่มีฝุ่นเลย และแน่นอนว่าใช้ Osaka Amazing Pass เข้าฟรี แอบเสียดายตรงที่เราไปในวันหยุดจึงใช้บริการ Tower Slider ไม่ได้

อาหารกลางวันย่านชินเซไก และอาหารยอดนิยมคือ
คุชิคัตสึ (Kushikatsu) ของทอดเสียบไม้ เราเลือกทานที่ร้าน Kushikatsu Daruma สังเกตร้านได้จากรูปปั้นคุณลุงหน้าโกรธ

นอกเหนือจากนั้น ก็มีอาหารอีกมากมาย

ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE

ไปต่อกันที่ย่าน Umeda เราขึ้น ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE ชิงช้าสวรรค์สีแดง แลนด์มาร์กแห่งอุเมดะ ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นปราสาทโอซาก้าและวิวภูเขาได้อย่างชัดเจน

อาหารเย็น เรากินราเมงข้อสอบย่านอูเมดะ คิวยาวกว่าต่อแถวที่ USJ อีก ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมงกว่าจะได้กิน แต่รสชาติอร่อยเหมือนเดิม ให้อภัย

ปราสาทโอซาก้า สัญลักษณ์ของโอซาก้า เปิดให้เข้าชมด้านในฟรีด้วยบัตร Osaka Amazing Pass แต่เราไม่ได้เข้า เพราะคนรอคิวยาวมาก เลยถ่ายรูปด้านหน้าปราสาทไปก่อนล่ะกัน

พิพิทธภัณฑ์ Koyodo fugure museum อยู่ข้างๆ ปราสาทโอซาก้า ใช้บัตร Osaka Amazing Pass เข้าฟรี ไม่ต้องจองล่วงหน้า ด้านในมีของเล่นของสะสมยุค 90 และแน่นอนว่า Godzilla เป็น Hilight

เราเดินทางกันต่อที่ย่าน Tempozan ที่นี่มีกิจกรรมเยอะมากที่ใช้สิทธิของ Osaka Amazing Pass ได้

เรามาถึงช่วงเที่ยงพอดี แวะหาอาหารเที่ยงกินกันก่อน และเราก็ได้กิน โอโคโนมิยากิ ที่ร้าน BOTEJYU ราคาย่อมเยาว์ รอคิวนานมาก

หน้าห้างมีชิงช้าสวรรค์ Tempozan ชมทิวทัศน์ของโอซาก้าได้จากกระเช้าใส และหากสภาพอากาศดีก็จะสามารถมองเห็นเกาะอาวาจิได้ด้วย บัตร Osaka Amazing Pass สามารถต่อคิวขึ้นกระเช้าฟรีได้เลย ไม่ต้องไปติดต่อเคาน์เตอร์

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง เราซื้อบัตรหน้างาน ราคาสูงกว่าซื้อ Online นิดหน่อย ภายในมีสัตว์น้ำอารมณ์ดีเยอะมาก รวมถึงปลาฉลามวาฬ 2 ตัว เป็นดาวเด่นของที่นี่และยังมีแมวน้ำ อุ๋งอุ๋ง เพนกวินจักรพรรดิ ตัวอ้วน ๆ อีกด้วย

ดูสัตว์น้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมแวะมานั่งเรือ Cruise ship santa maria ชมวิวกันเพลิน ๆ รอบเวลาเรือออกทุกชั่วโมง หากมาช่วงเย็นจะได้เห็นบรรยากาศช่วงกลางคืนอีกด้วยก็สวยไปอีกแบบ บัตร Osaka Amazing Pass สามารถต่อคิวขึ้นเรือฟรีได้เลย ไม่ต้องไปติดต่อเคาน์เตอร์

อาหารเย็น เราเลือกกินอาหารง่ายๆ อีกแล้ว คือ ร้าน Haruichiban ย่าน Tempozan ร้านราเมง แบบ local ที่อร่อยมาก ประทับใจ แถมพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้อีกด้วย

วันนี้ฝนตกตอนเช้า เราแวะเข้าห้าง Parco กันอีกรอบ เพื่อเก็บตกของเล่นของสะสม ซึ่งเราเน้นถ่ายรูปกับ Totoro มากกว่า

เราแวะกินอาหารเที่ยงที่ ร้าน Kura Sushi ซูชิสายพาน ราคาย่อมเยาว์ อยู่ในย่าน Dotonbori เลย ใจกลางเมือง

ขอบคุณทุกท่านและ หวังว่าจะเป็นไอเดียการวางแผนท่องเที่ยวโอซาก้ากันได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

Leave a Reply

Discover more from TripBeMe Travel Stories

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading