ตามรอยอารยธรรมโรมันตะวันออก ทูรเคีย

Published by

on

11-19 เม.ย. 67 เราไปตามรอยอารยธรรมโรมันตะวันออก กันที่ประเทศทูรเคีย

สื่อเนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวของเรา ที่เริ่มตั้งแต่ อียิปต์ อิตาลี เราก็ได้พบกับอารยธรรมของโรมันมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ถึงที่สุดของสายโรมัน เราจึงเลือกไปประเทศทูรเคีย ประเทศที่สิ้นสุดอารยธรรมโรมัน นั่นเอง

มารู้จักอารยธรรมโรมันตะวันออก (ตุรกีหรือทูร์เคีย)

  • จักรวรรดิไบแซนไทน์เริ่มต้นขึ้นเมื่อจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 แห่งโรมได้สถาปนานครคอนสแตนติโนเปิลให้เป็น “โรมใหม่” และย้ายเมืองหลวงจากโรมมาเป็นคอนสแตนติโนเปิลแทน ดังนั้น จึงถือว่าจักรพรรดิคอนสแตนตินเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิไบแซนไทน์ไปโดยปริยาย 
  • ในสมัยนั้น จึงมีท้ังจักรวรรดิโรมันตะวันตกคือโรม และจักรวรรดิโรมันตะวันออก คือ คอนสแตนติโนเปิล
  • ขณะที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายไปในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ส่วนตะวันออกยังดำเนินต่อมาอีกพันปี
  • การเสียกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นการยึดครองเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์โดยจักรวรรดิออตโตมัน เวลาล้อมเมือง 53 วัน โดยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 (ภายหลังเรียกเป็น “เมห์เหม็ดผู้พิชิต”) เป็นผู้บัญชาการกองทัพออตโตมัน ส่วนจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 11 เป็นผู้บัญชาการกองทัพไบแซนไทน์ หลังพิชิตเมืองนี้ เมห์เหม็ดที่ 2 ทรงตั้งเมืองนี้เป็นเมืองหลวงใหม่ของออตโตมัน
  • สุลต่านได้เปลี่ยนชื่อเมืองคอนสแตนติโนเปิลเป็น อิสตันบูล และเปลี่ยนโบสถ์เซนต์ โซเฟีย ให้เป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามแทน
  • มาถึงช่วงที่จักรวรรดิออตโตมันเข้าสู่ยุคเสื่อมและล่มสลายลงภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงของเหล่าขุนนาง ส่งผลให้การเมืองภายในประเทศอ่อนแอ และภายหลังได้มีการยกเลิกระบบสุลต่านลง
  • มุสทาฟา เคมัล อาทาทืร์คมีชื่อเสียงในบทบาทของเขาในการรักษาชัยชนะของตุรกีออตโตมันในยุทธการที่กัลลิโพลี (ค.ศ. 1915) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งภายหลังจากความปราชัยและการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมัน เขาได้นำขบวนการชาตินิยมตุรกี ซึ่งได้ต่อต้านการแบ่งแยกแผ่นดินใหญ่ของตุรกีท่ามกลางอำนาจฝ่ายสัมพันธมิตรผู้มีชัย ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลในเมืองหลวงตุรกีในปัจจุบันคือ อังการา เขาได้มีชัยเหนือกองกำลังที่ถูกส่งมาโดยฝ่ายสัมพันธมิตร ดังนั้นชัยชนะที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ต่อมาถูกเรียกว่า สงครามประกาศอิสรภาพตุรกี เขาได้ดำเนินทำการยุบจักรวรรดิออตโตมันที่เสื่อมโทรมและประกาศวางรากฐานของสาธารณรัฐตุรกีขึ้นมาแทน ในปี ค.ศ.1922 ซึ่งนำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐตุรกี 
  • ประธานาธิบดี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ได้ร้องขอให้หน่วยงานระหว่างประเทศเปลี่ยนชื่อเรียกจากตุรกีเป็นตุรเคีย เนื่องจากคำว่าตุรกี ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ระบุว่า หมายถึง “สิ่งที่ล้มเหลวอย่างรุนแรง” หรือ “คนเซ่อหรือคนโง่” หรือ “ไก่งวง”

การเดินทางของเรา เป็นเวลา 9 วัน 6 คือ เดินทางด้วยสายการบิน Turkish Airlines (TK) บินตรงจากไทยไปยังเมืองอิสตันบูล เราเลือกเดินทางไปทางทัวร์ เพราะต้องการความสะดวกสบายทั้งด้านการเดินทาง การขนส่ง และต้องเก็บรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวให้ครบถ้วน

  • TIP: ต้องศึกษารายการเที่ยวของแต่ละโปรแกรมให้ดีนะ เพราะแต่ละโปรแกรมมีสถานที่ท่องเที่ยวแตกต่างกัน (แค่เล็กน้อย) ถ้ามี wish list สถานที่ที่อยากไป ต้องดู เช่น Wish list ที่เราอยากไป คือ เมืองโบราณเอฟเฟซุส แต่ก็มีรายการไปค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะวิ่งตรงไปเมืองโบราณเฮียราโพลิส เลย

ค่าเงินทูร์เคีย ใช้สกุลเงิน “ลีร่า” (TRY) ควรแลกเป็นสกุลเงินดอลล่าร์ หรือยูโรไปก่อน แล้วค่อยไปแลกเงินลีร่าที่ทูร์เคีย โดย 1 ลีร่า = 1.15 บาท

ว่าแล้ว เราไปตามรอยอารยธรรมโรมันตะวันออกกันเถอะ

นั่งเรือเฟอรี่ข้ามฟากก็มีนะ

  • Oytun Park Hotel เมือง Çanakkale โรงแรมมาตรฐาน มี Minimart อยู่ใกล้ๆ พิกัด Google Map คลิก

ห้องอาหาร มีอาหารไม่ค่อยหลากหลาย มีไก่ย่างที่พอกินได้

9. Red Hall เมือง Bergama ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 2014

“มหาวิหารแดง” หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Red Hall และ Red Courtyard เป็นวัดที่ซากปรักหักพังในเมืองโบราณ Pergamon ซึ่งปัจจุบันคือเมือง Bergama ทางตะวันตกของตุรกี วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิโรมัน สไตล์อียิปต์

วิหารสไตล์อียิปต์ที่คุ้นเคย

10. Ephesus Ancient City ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 2015

เป็นเมืองในสมัยกรีกโบราณซึ่งเคยรุ่งเรืองและใหญ่เป็นอับดับสองของจักรวรรดิโรมันรองจากเมืองหลวงคือโรม โดยในปี ค.ศ. 2015 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนให้เอฟิซัสเป็นมรดกโลก เมืองโบราณแห่งนี้นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศตุรกี

ภายในบริเวณอันกว้างใหญ่ของเอฟิซัสมีสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สำคัญหลายอย่าง อาทิ โรงอาบน้ำ (Roman Bath) โรงละครโบราณ (Theatre) ที่จุผู้ชมได้ถึง 25,000 คน หอสมุดเซลซุส (The Library of Celsus) ซึ่งนับเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมในสมัยนั้นและยังเป็นห้องสมุดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอันดับ 1 คือห้องสมุดที่อเล็กซานเดรียน ประเทศอียิปต์ และอันดับ 2 ที่เมืองเพอร์กามัม (Ruins of Pergamum) ซึ่งอยู่ที่จังหวัดอิซเมียร์ประเทศตุรกีเช่นเดียวกันแต่ปัจจุบันไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว  

– Varius Bath of Ephesus สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 2 โดยสร้างจากหินอ่อนและประกอบด้วยโครงสร้างสามส่วนห้องทั้งสามส่วนนี้ประกอบด้วย ห้องหนึ่งเป็นน้ำเย็น ห้องหนึ่งเป็นน้ำอุ่น และห้องหนึ่งเป็นน้ำร้อน นอกจากนี้ยังมีห้องนั่งพักผ่อนและอ่านหนังสือที่สร้างเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลัง

– Odeon โรงละครเล็กหรือ Odeon ใช้สำหรับเป็นที่ประชุมสภา โดยจะมีขนาดเล็กกว่าโรงละครใหญ่หรือ Theatre จุคนได้จำนวน 1,400 คน

– Great Theatre สร้างขึ้นในยุคจักรพรรดิคลาวเดียส (41-54 AD) แล้วเสร็จในยุคจักรพรรดิทราจัน (98-117 AD) ในอดีตโรงละครแห่งนี้มีสองชั้น และสามารถจุผู้ชมได้ถึง 25,000 คน

– The Library of Celsus  หอสมุด Celsus ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้ถูกชาวกอท (Goth) ซึ่งเป็นชนเผ่าเจอร์มานิคตะวันออกเผาทำลาย เอกสารต่างๆ และตัวอาคารได้จึงรับความเสียหาย ปัจจุบันเหลือให้เห็นเฉพาะส่วนที่เป็นด้านหน้าของตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีจุดบูชาเทพเจ้าและสิ่งอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก

 บริเวณด้านหน้าของหอสมุดเซลซุสเป็นรูปปั้นเทพี 4 องค์ เรียงลำดับจากซ้ายไปขวาได้แก่ เทพีโซเฟีย (Sophia), เทพีอเรเต้ (Arete), เทพียูโนเอีย (Ennoia) และเทพีเอพิสเทเม่ (Epistem)

– Hadrian’s Temple Hadrian’s Temple สร้างขึ้นประมาณสมัย ค.ศ.138 บนวิหารจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการสร้างเมือง

– Fountain of Trajan บริเวณนี้เป็นน้ำพุที่สร้างขึ้นแด่จักรพรรดิ Trajan

– Domitian Square / Temple of Domitian ในอดีตจัตุรัสโดมิเทียน (Domitian Square) เคยเป็นวิหารซึ่งสร้างถวายแด่จักรพรรดิโรมันโดมิเทียนแห่งโรมัน ปัจจุบันเหลือเสาหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่เพียง 2 ต้น

นอกจากนี้ Ephesus ยังเป็นที่ตั้งของวิหารอาร์เทมิส (Temple of Artemis) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นหนึ่งในชุมชนคริสเตียนยุคแรกที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย แม้ว่าปัจจุบันวิหารอาร์เทมีสที่เคยยิ่งใหญ่และงดงามในอดีตจะเหลือซากเสาอยู่เพียง 2 ต้นจากทั้งหมด 127 ต้น ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่บริเวณถนนทางเข้าฝั่ง North Gate แต่ซากเสาทั้งสองต้นและซากปรักหักพังต่างๆ เหล่านี้ก็พอจะแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองในอดีตของเมืองท่าแห่งอาณาจักรโรมันที่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่กว่า 250,000 คนแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

  • Hitit Hotel จังหวัดอิซมีร์ ใกล้เมืองโบราณเอฟเฟซุส เป็นโรงแรมมาตรฐาน อาหารหลากหลาย พนักงานพูดเก่ง ทัวร์เราให้ทานทั้งเช้า กลางวัน และเย็นเลย พิกัดโรงแรม google map คลิก
  • Tripolis Hotel โลเคชั่นเริ่ดมาก วิวปามุคคาเล่ แถมช่วงเช้ามีบอลลูนด้วย พิกัดโรงแรม google map คลิก

ห้องพักกว้างขวาง วิวสวย

ห้องอาหารดีมาก อาหารหลากหลาย มีพิซซ่าตุรกีอร่อยมาก ดีงามทั้งอาหารเช้าและอาหารเย็น

  • สถาปัตยกรรมแบบเซลจุก ภายนอกดูเรียบง่ายประตูทางเข้าใหญ่โตและสง่างาม บางแห่งหรูหราตามแบบบารอก การตกแต่งภายในสวยงามและกลมกลืน มักใช้กระเบื้องสีขาวกับฟ้า อาจใช้กระเบื้องสีอื่นซึ่งไม่ใช่สีแดง เพราะกระเบื้องสีแดงเพิ่งเริ่มใช้ในยุคออตโตมัน
  • ทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม สาวกของสำนักลมวนจะจัดพิธีซีมา (Sema) หรือพิธีเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงเมฟลานาผู้ก่อตั้งนิกาย ด้วยการเต้นรำ (Sema Dance) ในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเหล่าสาวกสำนักลมวนจะสวมชุดกระโปรงยาวบานสีขาว สวมหมวกทรงกระบอก ออกมาร่ายรำหมุนตัวไปรอบๆ ให้เข้ากับจังหวะกลองและเสียงดนตรี ท่วงทำนองลี้ลับ อันเป็นการแสดงออกซึ่งความตายและการรวมเข้ากันเป็นหนึ่งกับพระอัลเลาะห์ ซึ่งทุกวันนี้ สำนักลมวนกลายเป็นหนึ่งในตำนานสำคัญของศาสนาอิสลาม ที่ยังทิ้งมรดกสำคัญไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้กัน

17. หุบเขานกพิราบและจุดชมวิว

  • Hotel Surban โรงแรมสไตล์ถ้ำ ขนาดกระทัดรัด น่ารักมากๆ ต้องออกไปหน้าโรงแรมสักหน่อย สามารถพบบอลลูนในช่วงเช้าได้ พิกัดโรงแรม Google map คลิก

ห้องพักสไตล์ถ้ำ พักแบบพอดี ๆ คน น่ารัก

  • New Park Hotel เมืองอังการา เมืองหลวงของประเทศ โรงแรมนี้ ค่อนข้างใหญ่ ห้องพักใหญ่ อาหารบุฟเฟ่ต์หลากหลาย ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง สามารถเดินไปช้อปปิ้งได้ มีร้านกาแฟ คาเฟ่ mini mart อยู่ใกล้ๆ พิกัด google map คลิก
  • Mercure Istanbul West Hotel & Convention Center โรงแรมใหญ่ มีจำนวนห้องพักเยอะ ห้องพักใหญ่ เราทานเฉพาะอาหารเช้าที่เป็นบุฟเฟ่ต์ ลูกค้าเยอะมาก แย่งกันกิน โรงแรมอยู่นอกเมือง แต่ก็มีห้างสรรพสินค้าอยู่ใกล้ๆ สามารถเดินข้ามถนนไปได้ อยู่ใกล้ๆ พิกัด google map คลิก

Leave a Reply

Discover more from TripBeMe Travel Stories

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading